|
ระเบียบ ว่าด้วยการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา พ.ศ. ๒๕๒๑ โดยที่เป็นการสมควรวางระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา คณะรัฐมนตรีจึงลงมติให้วางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา พ.ศ. ๒๕๒๑ ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เป็นเหรียญซึ่งพระมหากษัตริย์พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในทางศิลปวิทยาอันได้แสดงให้ประจักษ์เป็นพิเศษแล้ว เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ผู้ได้รับพระราชทาน ข้อ ๔ ในการขอพระราชทาน ให้คำนึกถึงกรณีความชอบที่ได้ใช้ศิลปวิทยาเป็นคุณประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองโดยรอบคอบว่า มีลักษณะถึงขนาดควรจะได้รับบำเหน็จเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ได้รับพระราชทานรู้สึกภูมิใจในเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาที่ได้รับพระราชทาน และเพื่อให้เหรียญนี้ทรงไว้ซึ่งเกียรติอันสูงด้วย ข้อ ๕ ผู้ซึ่งจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา จะต้องมีผลงานประการใดประการหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) คิดค้นความรู้ ระบบ กรรมวิธี หรือประดิษฐ์สิ่งใหม่เป็นผลสำเร็จ (๒) ปรับปรุงความรู้ ระบบ กรรมวิธี หรือสิ่งประดิษฐ์ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็นอันมาก (๓) ได้แสดงให้เป็นที่ปรากฏว่า มีฝีมือและชื่อเสียงยอดเยี่ยมในทางศิลปวิทยา ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวจะต้องแสดงให้ประจักษ์เป็นพิเศษว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ ข้อ ๖ ผู้เสนอชื่อผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ต่อคณะกรรมการตามข้อ ๘ ได้แก่ (๑) กระทรวงทบวงเจ้าสังกัด หรือกระทรวงทบวงที่เกี่ยวข้องกับผลงานของผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทาน (๒) สภามหาวิทยาลัยหรือสภาสถาบันอุดมศึกษาที่เทียบเท่ามหาวิทยาลัย หรือ (๓) สถาบันที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ข้อ ๗ การเสนอขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ให้ผู้เสนอชื่อตามข้อ ๖ เสนอชื่อและผลงานของผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทานไปยังสำนักงาน ก.พ. ก่อนเดือนเมษายนของทุกปี ข้อ ๘ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการซึ่ง ก.พ. แต่งตั้งขึ้นมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน คณะกรรมการนี้มีหน้าที่พิจารณาและวินิจฉัยการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ในกรณีที่จำเป็นจะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชาพิจารณาให้ความเห็นในการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สำหรับรายหนึ่งรายใดหรือหลายราย ก.พ. จะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นๆ เป็นกรรมการเฉพาะเรื่องอีกจำนวนไม่เกินสองคนเข้าร่วมพิจารณาก็ได้ ทั้งนี้ ให้กรรมการเฉพาะเรื่อง มีสิทธิออกเสียงลงมติในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องนั้นๆ ด้วย ข้อ ๙ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๘
วรรคหนึ่ง ให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปีตามวาระของกรรมการ ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิ
ถ้าตำแหน่งประธานกรรมการหรือกรรมการว่างลงก่อนกำหนด
ให้ดำเนินการแต่งตั้งแทนภายในกำหนดสามสิบวัน แล้วแต่กรณี ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่ง จะแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการอีกก็ได้ ในกรณีที่กรรมการ ก.พ.
ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามกฎหมาย ข้อ ๑๐ การประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธาน ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ถ้ามีการพิจาณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม การลงมติว่าจะขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ให้แก่ผู้ใดต้องมีคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของกรรมการที่มาประชุม ข้อ ๑๑ การพิจารณาผลงานของผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ให้พิจารณาตามสาขาวิชาสาขาใดสาขาหนึ่งหรือหลายสาขาร่วมกัน ดังต่อไปนี้ (๑) มนุษยศาสตร์ (๒) ศึกษาศาสตร์ (๓) วิจิตรศิลป์ (๔) สังคมศาสตร์ (๕) นิติศาสตร์ (๖) วิทยาศาสตร์ (๗) วิศวกรรมศาสตร์ (๘) แพทยศาสตร์ (๙) เกษตรศาสตร์ หรือ (๑๐) สาขาวิชาการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา พิจารณาเห็นสมควร ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการเสนอผลการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ต่อ ก.พ. และเพื่อ ก.พ. ได้พิจารณาเป็นประการใดแล้ว ให้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาชี้ขาด ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๑ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี วชิระ/ พิมพ์ วชิระ/ยงยุทธ/ ตรวจ ๑๗
กันยายน ๒๕๔๗ |