แบบทดสอบสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ฉบับพระราชทาน
ชุดที่ 5 การจำแนกและจัดลำดับหมวดหมู่ของสัตว์ เวลา
ทดสอบโดยใช้เมาส์เลือกวงกลม
หน้าข้อย่อย คำตอบที่ถูกต้องจะปรากฏข้อความ Right แต่ถ้าเลือกข้อไม่ถูกต้องจะปรากฏข้อความ Wrong
1. "การจำแนกคำจำกัดความของคำว่า ""ชนิด"" ในทางอนุกรมวิธานสัตว์ ยึดหลักด้านความสามารถในการ"
สืบพันธุ์
ปรับตัว
เจริญเติบโต
2. การจัดสื่งมีชีวิตที่มีลักษณะโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกัน รวมเข้าด้วยกัน เรียงจากหน่วยเล็กที่สุดไปหาหน่วยใหญ่ขึ้น มีลักษณะการลำดับดังนี้
อันดับ วงศ์ สกุล ชนิด
ชนิด สกุล วงศ์ อันดับ
สกุล ชนิด อันดับ วงศ์
3. ประวัติการจำแนกสัตว์แบ่งออกได้เป็นสามสมัย สมัยที่สามได้แก่สมัยที่
ศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ที่มีอยู่เฉพาะท้องถิ่น
รับเอาทฤษฏีวิวัฒนาการเข้ามาใช้
ศึกษาประชากรของสิ่งมีชีวิต
4. การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้แก่สัตว์ที่ค้นพบต้องทำตามสากลนิยม คือต้องตั้งชื่อโดยใช้
ภาษาลาติน
ภาษาอังกฤษ
ภาษาประจำชาติของชาติที่ค้นพบ
5. วิธีการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้แก่สัตว์ที่ค้นพบโดยใช้ชื่อสกุลเพียงอย่างเดียว เรียกว่าเป็นการตั้งชื่อโดยใช้ระบบ
ยูนิโนมินัล
ไบโนมินัล
ไทรโนมินัล
6. แบบการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์อันเป็นที่นิยมกันแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับจากนักชีววิทยา ได้แก่ แบบที่คิดขึ้นเป็นครั้งแรกโดย
ชาลส์ ดาร์วิน
คาโรลัส ลินเนียส
ราฟาเอล บลังชาร์ด
7. อนุกรมวิธานสัตว์เป็นสาขาหนึ่งของวิชาชีววิทยา ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับ
รูปร่างลักษณะของสัตว์
การดำรงชีวิตของสัตว์
การจำแนกชนิดของสัตว์
8. การหาทิศเหนือโดยการสังเกตดาว ทำได้โดยการสังเกตดาวสองดวงในกลุ่มดาวไถใหญ่ ที่หัวไถช่วยเล็งแนวทางไปยังดาวซึ่งดูเหมือนอยู่กับที่ตลอดคืนในกลุ่มดาวไถเล็ก ดาวนี้ได้แก่
ดาวโพลาริส
ดาวซีริอุส
ดาวประกายพฤกษ์
9. สิ่งธรรมชาติที่ช่วยในการหาทิศทางในเวลากลางวัน ได้แก่
ดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์
ดวงดาว
10. วิธีการบอกทิศทางโดยอาศัยการสังเกตการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ เป็นวิธีการอย่างหยาบ ๆ เพราะการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์
ไม่ตรงเวลา
เปลี่ยนที่ไปเรื่อย ๆ
เปลี่ยนที่ไปตามฤดูกาล
11. การสังเกตดวงจันทร์เพื่อประมาณเวลา พบว่าดวงจันทร์เมื่อเต็มดวงจะอยู่บนท้องฟ้าสูงสุดเมื่อ
ตอนหัวค่ำ
ตอนครึ่งคืน
ตอนเช้ามืด
12. การบอกเวลาเป็น เดือน อาศัยการสังเกตจาก
ดวงจันทร์วันเพ็ญจนถึงมืดหมดดวง
ดวงจันทร์วันเพ็ญถึงดวงจันทร์วันเพ็ญอีกครั้งหนึ่ง
ดวงจันทร์มืดมิดหมดดวงจนถึงดวงจันทร์วันเพ็ญ
13. นาฬิกาแดดสามารถวัดเวลาได้โดยอาศัย
ความจ้าของแสงแดด
ความสั้นยาวของเงา
ความสั้นยาวของสิ่งที่ทำให้เกิดเงา
14. การรวบรวมคาบเวลาในรูปของปฏิทินประกอบด้วย
วัน ชั่วโมง นาที
เดือน วัน ชั่วโมง
ปี เดือน วัน
15. ตัวอย่างเครื่องมือแบบง่าย ๆ ที่คนโบราณใช้บอกเวลา ได้แก่
นาฬิกาน้ำ นาฬิกาทราย
นาฬิกาเทียนไข
ถูกทั้ง ก. และ ข.
16. นาฬิกาที่พัฒนาขึ้นล่าสุด ได้แก่
นาฬิกาแดด
นาฬิกาทราย
นาฬิกาเชิงกล
17. เครื่องมือวัดเวลาที่ " ไม่ " สามารถบอกเวลาตอนกลางคืนได้ คือ
นาฬิกาน้ำ
นาฬิกาทราย
นาฬิกาแดด
18. คนโบราณสร้างนาฬิกาไว้บอกเวลาโดยวิธี
ใช้ทรายถ่วงไว้ทำให้เข็มเคลื่อนที่ไปเมื่อเวลาผ่านไป
ปล่อยให้ทรายไหลเทจากภาชนะส่วนบนลงมาส่วนล่างจนหมด
ปล่อยให้ทรายไหลออกจากภาชนะหนึ่งไปสู่อีกภาชนะหนึ่ง ทำให้ทรายลดลงจากขีดที่หมายไว้เบื้องบนถึงขีดที่หมายไว้ต่ำลงมาตามลำดับ
19. การอ่านเวลาตามแบบสากล เมื่ออ่านเวลาตอนเช้าใช้คำว่า .. เมื่ออ่านเวลาตอนบ่ายใช้คำว่า ก. ข. ค. 2 m2 166
F.M., R.M.
A.M., P.M.
ทั้ง ก. และ ข.
20. อัตราการแกว่งของลูกตุ้มน้ำหนักของนาฬิกาลูกตุ้มน้ำหนักเป็นตัวกำหนด ของนาฬิกา
อัตราเร็ว
อัตราช้า
อัตราพอดี
21. การเดินของเข็มนาฬิกาสปริงเกิดขึ้นเมื่อ
เมื่อสั่นข้อมือตัวสปริงจะดันให้เฟืองนาฬิกาหมุน
สริงที่ใขขดเข้าไว้คลายออกก็หมุนท่อนแกนซึ่งโยงกับพวกเกียร์ที่ติดต่อกับเข็มนาฬิกา
ทั้ง ก. และ ข.
22. เสียงเดินของนาฬิกาสปริงเกิดจาก
การสับและปล่อยของคาน
เฟืองเกียร์เคลื่อนไหวตลอดเวลา
สปริงบีบตัวให้เล็กลง
23. การเดินของเครื่องยนต์ที่อยู่ในนาฬิกาไฟฟ้าสำหรับบ้าน มีการบังคับด้วยกระแสไฟฟ้าความถี่ ................
๕๐ รอบ/วินาที
๑๐๐ รอบ/วินาที
๒๐๐ รอบ/วินาที