|
|
|
สมัยรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
|

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
๑. พม่ายกมาตีหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันตก
พระเจ้าปดุงทรงทราบว่ารัชกาลที่ ๑ ทรงพระชรา
และกรมพระราชวังบวรสุรสิงหนาทสิ้นพระชนม์แล้ว จึงคิดจะขยายอำนาจเข้ามาในไทย
ให้อะเติงหวุ่น เป็นแม่ทัพลงมาเกณฑ์พลที่เมืองเมาะตะมะเตรียมตีไทยเป็นการใหญ่
การเตรียมไม่ได้ผลสมคาดจึงได้ระงับการมาตีไทยไว้ก่อน
เผอิญประเทศไทยเปลี่ยนแปลงแผ่นดิน พม่าจึงคิดมาตีหัวเมืองชายทะเลเพื่อริบทรัพย์จับเชลย
การมาตีไทยครั้งนี้อะเติงหวุ่นไม่ได้มาเองเพียงแต่จัดทัพให้ทัพบกเข้าตีเมืองชุมพรและเมืองไชยา
ทัพเรือตีเมืองตะกั่วป่าและเมืองตะกั่วทุ่งแล้วเข้าล้อมเมืองถลาง ๒๗ วัน จึงเข้าตีเมืองถลางได้
โปรดให้กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์เป็นแม่ทัพยกไป ทัพไทยตีพม่าแตกพ่ายกลับไปหมด ผลของการสงครามคือไทยได้เมืองถลางคืนมา
แต่ยับเยินเพราะถูกพม่าเผา นับเป็นการสงครามระหว่างไทยและพม่าครั้งสุดท้ายในสมัยพระเจ้าปดุง
๒. พม่าเตรียมทัพมาตีไทย พ.ศ. ๒๓๖๓
พระเจ้าจักกายแมง ราชนัดดาของพระเจ้าปดุงได้เป็นกษัตริย์แทน ดำริจะมาตีไทยเพื่อกู้เกียรติของพระอัยยกา
พอได้ข่าวว่าเมืองไทยเกิดโรคระบาดคาดว่าคงจะเกิดการระส่ำระสายซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะเข้ามาตีไทย จึงมีคำสั่งให้มาตั้งชุมพลรวบรวมเสบียงอาหารที่เมืองเมาะตะมะเตรียมยกทัพเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์
และยังชักชวนให้ไทรบุรีร่วมด้วยโดยยกเข้ามาทางใต้ ขณะเตรียมการยกทัพนั้นได้เกิดเหตุร้ายในพม่าคือเกิดกบฎที่เมืองมณีปุระ
พม่าจึงโอนทหารไปปราบกบฎและการปราบกบฎลุกลามไปมาก เป็นเหตุให้พม่าวิวาทกับอังกฤษ จึงต้องงดการเข้ามาตีไทย
อย่างไรก็ดีไทยก็ได้ส่งทหารไปรักษาชายแดนอยู่

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
สมัยรัชกาลที่ ๓
| | |
|
|