|
พระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐ ----------- ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นปีที่ ๔๒
ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา
๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา
๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.๒๕๓๐/๒๗๐/๕๓พ/๒๘
ธันวาคม ๒๕๓๐] มาตรา
๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๐๖
ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๖ ทวิ
ในกรณีที่มีความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาล ต่างประเทศ
ว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซึ่งกันและกัน คนต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และมีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือสมาคมยานยนต์ที่ได้รับอนุญาต จากรัฐบาลของประเทศที่มีความตกลงดังกล่าวกับรัฐบาลไทย
อาจใช้ใบอนุญาตขับรถ ของประเทศนั้นขับรถในราชอาณาจักรได้ตามประเภทและชนิดของรถที่ระบุไว้ใน ใบอนุญาตขับรถนั้น
แต่ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยู่ระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ
และตามบทบัญญัติทั้งหลายในส่วนที่เกี่ยวกับ หน้าที่ของผู้ขับรถตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี ----------------------- หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ประเทศไทย ได้ทำความตกลงกับประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วย การยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซึ่งกันและกัน
และโดยที่ประเทศไทยอาจ ทำความตกลงในทำนองเดียวกันกับประเทศอื่น ๆ ด้วย
ซึ่งความตกลงดังกล่าวจะมีผล ให้ผู้มีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือสมาคมยานยนต์
ที่ได้รับอนุญาต จากรัฐบาลของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
หรือจาก รัฐบาลของประเทศที่ประเทศไทยมีความตกลงด้วย
สามารถใช้ใบอนุญาตขับรถนั้น ขับรถในประเทศไทยได้
ฉะนั้น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทย มีอยู่กับต่างประเทศตามความตกลงดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พรพิมล/แก้ไข ๑๔
ก.ย ๒๕๔๔ A+B (C) |